TH/EN
กลับสู่ Siamphat Journal

INDOOR AIR QUALITY / CO₂

ภาวะคาร์บอนไดอ๊อกไซด์คั่ง เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

ห้องปิดที่มีคนอยู่ต่อเนื่องอาจสะสมคาร์บอนไดออกไซด์ แม้แอร์จะเย็นและค่าฝุ่นต่ำ การออกแบบอากาศที่ดีจึงต้องมองทั้งคน แหล่งมลพิษ และอากาศภายนอกที่เติมเข้ามาจริง

คนทำงานในสำนักงานสีหน้าอ่อนล้า คู่กับกราฟิกโมเลกุล CO₂
การติดตาม CO₂ ช่วยประเมินการระบายอากาศในสำนักงาน

แอร์ทำความเย็นก็จริงอยู่ แต่แค่เย็นนั้นยังไม่พอ

ลองนึกถึงห้องประชุมที่ปิดประตูตั้งแต่เช้า หรือห้องนอนที่เปิดแอร์ตลอดคืน ถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกเย็น แต่ถ้าคนในห้องยังหายใจออกและปล่อย CO₂ อย่างต่อเนื่อง อากาศสดจากภายนอกถูกเติมเข้ามาน้อยกว่าที่ควรจะเป็น ความเข้มข้นของ CO₂ ก็เพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆ CO₂ ไม่มีกลิ่น จึงไม่ควรอาศัยความรู้สึกเพียงอย่างเดียวในการประเมินการระบายอากาศ ส่วนอาการง่วง มึน หรือไม่สดชื่นมีได้หลายสาเหตุ และไม่สามารถวินิจฉัยว่าเกิดจาก CO₂ ด้วยอาการเหล่านี้เพียงอย่างเดียว

CO₂ เป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ค่าที่เครื่องวัดแสดงมักใช้ ppm หรือส่วนในล้านส่วน: 1,000 ppm เท่ากับ 0.1% โดยปริมาตร ตัวเลขนี้บอกความเข้มข้นของก๊าซในอากาศ ไม่ได้บอกความเข้มข้นในเลือด และไม่ได้วัดคุณภาพอากาศทุกด้านพร้อมกัน

CO₂ ในห้อง กับภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่งในร่างกาย

คำว่า “CO₂ คั่งในห้อง” ในบทความนี้หมายถึงการสะสมของก๊าซในอากาศ ส่วน hypercapnia เป็นภาวะ CO₂ ในเลือดสูง เช่น เมื่อปอดขับก๊าซออกได้ไม่เพียงพอ การวัดห้องด้วยเครื่องวัด ppm จึงใช้วินิจฉัยภาวะนี้ไม่ได้ ข้อมูลผู้ป่วยจาก NHS

ทำไมยิ่งอยู่หลายคน ยิ่งต้องเติมอากาศ

สำหรับห้องทั่วไป แหล่งสำคัญคือการหายใจของคน อัตราการปล่อยขึ้นกับกิจกรรมและลักษณะของผู้ใช้งาน ห้องที่มีคนมากหรือออกแรงมากจึงมีภาระต่างจากห้องที่ใช้นั่งพัก

หลักคิดคือ “เกิดขึ้นเท่าไร ระบายออกเท่าไร” ห้องใหญ่ช่วยให้ความเข้มข้นขึ้นช้าลง แต่ถ้าจำนวนคนและอัตราเติมอากาศเท่าเดิม ความเข้มข้นเมื่อเข้าสู่สมดุลไม่ได้ลดลงเพียงเพราะห้องใหญ่ขึ้น แบบจำลองของ NIST QICO₂ ช่วยพิจารณาทั้งค่าตามเวลาและค่าที่สมดุล

กราฟตัวอย่าง: ห้องเดียวกัน แต่เติมอากาศต่างกัน

สมมติห้อง 60 m³ มีคน 2 คน แต่ละคนปล่อย CO₂ 18 ลิตร/ชั่วโมง รวม 0.036 m³/ชั่วโมง กำหนดอากาศภายนอกและค่าเริ่มต้นที่ 450 ppm ทุกตัวเลขเป็นข้อสมมติเพื่อการเรียนรู้ ไม่ใช่ผลตรวจห้องจริงหรืออัตรามาตรฐานสำหรับทุกคน

เมื่อเติมอากาศภายนอก 12, 60 และ 180 m³/ชั่วโมง ค่าสมดุลที่คำนวณได้คือ 3,450, 1,050 และ 650 ppm ตามลำดับ กราฟแสดงว่าช่วงแรกอาจยังดูต่ำ ทั้งที่ห้องจะสะสมสูงขึ้นเมื่อใช้งานนาน การตรวจเพียงครั้งเดียวตอนเริ่มประชุมจึงอาจทำให้เข้าใจผิด

กราฟคำนวณตัวอย่าง ห้อง 60 m³ คน 2 คน: เส้นต่างกันตามอัตราลมภายนอก ตัวเลข ACH นับเฉพาะอากาศภายนอก ไม่รวมลมหมุนเวียนของแอร์ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานหรือผลวัดจริง
กราฟคำนวณตัวอย่าง ห้อง 60 m³ คน 2 คน: เส้นต่างกันตามอัตราลมภายนอก ตัวเลข ACH นับเฉพาะอากาศภายนอก ไม่รวมลมหมุนเวียนของแอร์ ไม่ใช่ค่ามาตรฐานหรือผลวัดจริง เปิดภาพขนาดเต็ม ↗

อาการที่พบ ต้องแยกความสัมพันธ์ออกจากสาเหตุ

ในห้องอับ ผู้ใช้อาจรายงานปวดศีรษะ ง่วง อ่อนล้า หรือสมาธิลดลง แต่มีปัจจัยร่วม เช่น ความร้อน กลิ่น และมลพิษอื่น หลักฐานผลโดยตรงของ CO₂ ในช่วงที่พบทั่วไปในอาคารยังไม่สอดคล้องกัน จึงไม่ควรเขียนว่า “ถึง 1,000 ppm ทุกคนจะปวดหัว” ASHRAE Position Document 2025

ที่ความเข้มข้นสูงมาก CO₂ เป็นอันตรายโดยตรงและอาจทำให้เวียนศีรษะ หายใจลำบาก สับสน หรือหมดสติ ความรุนแรงขึ้นกับระดับและระยะเวลาสัมผัส NIOSH Pocket Guide หากมีอาการหายใจลำบากหรือสับสน ให้ไปยังบริเวณอากาศปลอดภัยและขอความช่วยเหลือทางการแพทย์ ไม่ต้องรอให้เครื่องขึ้นถึงค่าขีดจำกัด

ถัง CO₂ น้ำแข็งแห้ง หรือกระบวนการที่ปล่อยก๊าซมาก ต้องประเมินอันตรายเฉพาะ ไม่ควรใช้แนวทางตรวจห้องประชุมแทนระบบความปลอดภัยในพื้นที่ดังกล่าว

ตัวเลขสากล: แต่ละเกณฑ์ตอบคนละคำถาม

แนวทางตรวจการระบายอากาศของอาคารกับขีดจำกัดสัมผัสในการทำงานมีวัตถุประสงค์ต่างกัน ตารางนี้แสดงบริบทและช่วงเวลา เพื่อไม่ให้เอาตัวเลขสูงของงานอาชีวอนามัยมาเป็นเป้าหมายของห้องนอนหรือสำนักงาน

1,000 ppm ไม่ใช่ขีดจำกัดความเป็นพิษสากล และไม่ใช่ค่าผ่านของ ASHRAE สำหรับทุกห้อง ส่วนค่าที่ใช้ควบคุม DCV ต้องเลือกตามประเภทพื้นที่และวิธีออกแบบ คำอธิบายของ ASHRAE

เกณฑ์จากต่างประเทศในตารางเป็นแหล่งอ้างอิงทางวิชาการ ไม่ใช่การประกาศว่าเป็นข้อบังคับของประเทศไทย ต้องตรวจข้อกำหนดที่ใช้กับโครงการจริงด้วย

เกณฑ์อ้างอิงจากต่างประเทศ แยกตามวัตถุประสงค์: แนวทางสถานศึกษาไม่ใช่เกณฑ์สุขภาพสากล เปิดตารางด้านล่างเพื่อดูแหล่งอ้างอิงแต่ละค่า
เกณฑ์อ้างอิงจากต่างประเทศ แยกตามวัตถุประสงค์: แนวทางสถานศึกษาไม่ใช่เกณฑ์สุขภาพสากล เปิดตารางด้านล่างเพื่อดูแหล่งอ้างอิงแต่ละค่า เปิดอินโฟกราฟิกขนาดเต็ม ↗
ดูตารางตัวเลขและลิงก์แหล่งอ้างอิง
อ่านค่าพร้อมบริบท ไม่ใช้เป็นตารางทำนายอาการ
ค่า CO₂ความหมายและบริบทแหล่งอ้างอิง
มากกว่า 1,500 ppm ต่อเนื่องแนวทาง HSE สำหรับพื้นที่ทำงานที่มีคนอยู่: บ่งชี้การระบายอากาศไม่เพียงพอ ควรปรับปรุง ไม่ใช่ขีดจำกัดพิษHSE: CO₂ monitoring
ต่ำกว่า 800 / 800–1,500 / มากกว่า 1,500 ppmแนวทางสถานศึกษาในอังกฤษ: การระบายอากาศดี / เพียงพอ / ไม่ดี เป็นแนวทางในบริบทสถานศึกษาDfE: education settings
5,000 ppm เฉลี่ย 8 ชั่วโมงUK HSE: ขีดจำกัดสัมผัสในการทำงานระยะยาว ไม่ใช่ค่าออกแบบบ้านHSE: workplace exposure
15,000 ppm เฉลี่ย 15 นาทีUK HSE: ขีดจำกัดสัมผัสระยะสั้นHSE
30,000 ppm เฉลี่ย 15 นาทีUS NIOSH: ค่าแนะนำ ST สำหรับการทำงาน ต่างจากเกณฑ์ UK HSENIOSH
40,000 ppm (4%)US NIOSH: IDLH หรือระดับอันตรายทันทีต่อชีวิตหรือสุขภาพ ไม่ใช่ค่าที่รอให้ถึงก่อนแก้ไขNIOSH IDLH

ASHRAE ช่วยวางระบบ ไม่ใช่แค่ตั้งเครื่องเตือน

ANSI/ASHRAE 62.1-2025 ใช้เป็นกรอบออกแบบการระบายอากาศในอาคารหลายประเภท ส่วน 62.2-2025 ครอบคลุมหน่วยพักอาศัยที่ใช้อยู่อย่างต่อเนื่อง รวมการระบายอากาศทั้งหน่วย การดูดออกเฉพาะจุด และการควบคุมแหล่งมลพิษ ข้อมูลมาตรฐาน 62.1 และ 62.2

สำหรับวิศวกร ให้เริ่มจากประเภทพื้นที่ จำนวนคน พื้นที่ใช้งาน และวิธีจ่ายอากาศ แล้วตรวจลมภายนอกที่ถึงพื้นที่ใช้งานจริง ค่า CO₂ เป็นข้อมูลช่วยตรวจการทำงาน ไม่ทดแทนการคำนวณมาตรฐานหรือการวัดปริมาณลม

คำนวณคร่าว ๆ ได้ แต่ต้องรู้ข้อสมมติ

ในห้องที่อากาศผสมสม่ำเสมอ ณ สมดุล: Cᵢ = Cₒ + 10⁶G/Q โดย Cᵢ และ Cₒ เป็น ppm, G คืออัตราเกิด CO₂ และ Q คืออัตราอากาศภายนอก หน่วย m³/ชั่วโมงทั้งคู่ หากตั้งค่าตัวอย่าง Cᵢ = 1,000 ppm และ Cₒ = 450 ppm จะได้ Q = 0.036 × 10⁶ / 550 ≈ 65.5 m³/ชั่วโมง หรือ 9.1 ลิตร/วินาที/คน สำหรับคน 2 คน

1,000 ppm ในสมการเป็นเพียงเป้าหมายที่เลือกมาแสดงวิธีคิด ไม่ใช่คำแนะนำสำหรับทุกอาคาร หากคนออกแรงมากขึ้น อากาศภายนอกมี CO₂ สูงขึ้น หรือลมจ่ายลัดไปทางออกก่อนถึงคน ผลจะเปลี่ยนไป การใช้ค่าที่ยังไม่เข้าสมดุลคำนวณแบบสมดุลก็ทำให้ประเมินลมผิดได้

สมการตามเวลาและข้อจำกัดของกราฟ

C(t) = Cₒ + 10⁶G/Q + [C(0) − Cₒ − 10⁶G/Q]e−Qt/V.

V = 60 m³; G = 0.036 m³/h; Cₒ = C(0) = 450 ppm; t: h; Q: m³/h.

สมมติอากาศผสมสม่ำเสมอ ลมเข้าและออกเท่ากัน ก๊าซเกิดและลมภายนอกคงที่ ไม่มีการถ่ายเทจากห้องข้างเคียง ไม่มีอุปกรณ์ดูดซับ CO₂ และใช้ปริมาตรก๊าซที่สภาวะอ้างอิงเดียวกัน ตัวอย่างไม่แทนการคำนวณออกแบบตามมาตรฐาน

แอร์ เครื่องฟอก และอากาศภายนอก ทำหน้าที่ต่างกัน

แอร์แบบหมุนเวียนอากาศในห้องช่วยลดอุณหภูมิ แต่ไม่ได้แปลว่ามีการเติมอากาศภายนอก ส่วนแผ่นกรอง HEPA ดักอนุภาค ไม่ได้กำจัด CO₂ แนวทางของ Department for Education ประเทศอังกฤษ ระบุชัดว่าเครื่องฟอกอากาศไม่ได้ลด CO₂ หรือแทนการระบายอากาศ

แนวทางแก้คือให้มีเส้นทางเติมอากาศภายนอกที่เหมาะสมและเส้นทางระบายออก หากข้างนอกมี PM2.5 สูง ควรพิจารณาลมเติมผ่านระบบกรองและเลือกตำแหน่งรับลมให้พ้นแหล่งมลพิษ ไม่ใช่เปิดหน้าต่างโดยไม่ดูคุณภาพอากาศ แนวทางปรับปรุง IAQ ของ US EPA

ในห้องแรงดันบวกเพื่อป้องกันฝุ่น การซีลควรมาพร้อมลมเติมที่ผ่านการกรองและทางระบายที่ออกแบบไว้ ตรวจทั้ง CO₂ ปริมาณลม และแรงดันห้องร่วมกัน แรงดันบวกอย่างเดียวไม่ยืนยันว่ามีลมภายนอกพอ และเลือกพัดลมจาก จุดทำงานจริงเมื่อมีท่อและกรอง ไม่ใช่ค่าลมสูงสุดในโบรชัวร์

ภาพหลักการ: ลมภายนอกที่ผ่านกรองเติมเข้าห้อง และลมระบายพา CO₂ ออก เครื่องฟอก HEPA หมุนเวียนลมในห้องและดักอนุภาค แต่ไม่ได้ลด CO₂ ภาพไม่ใช่แบบติดตั้งหรือแบบสมดุลแรงดัน
ลมภายนอกช่วยระบาย CO₂ ส่วนเครื่องฟอก HEPA ดักจับอนุภาคฝุ่น

วัดอย่างไรให้ตัวเลขมีความหมาย

เลือกเครื่องวัด CO₂ แบบ NDIR ที่ระบุความแม่นยำและวิธีสอบเทียบ วางระดับใกล้ศีรษะในบริเวณใช้งาน ห่างจากคนอย่างน้อย 0.5 เมตร และหลีกเลี่ยงหน้าต่าง ประตู หรือช่องจ่ายลม ตรวจหลายช่วงเวลาพร้อมบันทึกจำนวนคนและสถานะระบบ คำแนะนำตำแหน่งและการวัดจาก HSE

สำหรับห้องนอน ให้ดูแนวโน้มตลอดช่วงที่มีคนนอน สำหรับห้องประชุม ให้ดูช่วงคนเต็มห้อง ไม่ใช่เฉพาะห้องว่าง ทบทวนคู่มือสอบเทียบตามผู้ผลิต และตรวจหลายตำแหน่งหากมีหลายโซน ค่าอากาศภายนอกควรวัดในตำแหน่งที่เป็นตัวแทนของลมรับจริง

เติมอากาศให้พอดี โดยไม่เสียพลังงานเกินจำเป็น

ระบบ Demand-Controlled Ventilation หรือ DCV สามารถปรับลมเติมตามภาระใช้งาน โดยใช้ CO₂ ร่วมกับจำนวนคน ตารางใช้งาน และข้อกำหนดลมขั้นต่ำ อย่ารอให้สูงแล้วค่อยเริ่มทุกครั้ง เพราะเซนเซอร์และความเข้มข้นมีเวลาตอบสนอง

ลมขั้นต่ำสำหรับมลพิษจากวัสดุหรือแหล่งที่ไม่สัมพันธ์กับจำนวนคนยังต้องพิจารณา ระบบกู้คืนพลังงาน HRV/ERV อาจช่วยลดภาระปรับอากาศได้ตามชนิดและสภาวะใช้งาน แต่ยังต้องออกแบบความชื้น การรั่วข้ามทางลม การกรอง และการบำรุงรักษาให้เหมาะกับอากาศร้อนชื้น

ออกแบบ IAQ ให้เห็นทั้งระบบ

CO₂ เป็นแฟกเตอร์สำคัญในการติดตามภาระคนและการเติมอากาศ แต่ต้องดูร่วมกับ PM2.5 สารระเหย แหล่งเผาไหม้ ความชื้น และอุณหภูมิ ห้องที่ CO₂ ต่ำยังอาจมีฝุ่นหรือสารเคมีสูงได้

เริ่มจากสำรวจจำนวนคนและแหล่งมลพิษ วัดแนวโน้มระหว่างใช้งาน ตรวจลมเติมและลมระบายจริง แล้วปรับระบบพร้อมตรวจซ้ำหลังเปลี่ยนจำนวนคนหรือเปลี่ยนกรอง เป้าหมายคือทำให้คนได้รับอากาศที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงทำให้หน้าจอเครื่องวัดเป็นสีเขียว

ทุกพื้นที่มีเงื่อนไขของตัวเอง เริ่มจากการทำความเข้าใจโจทย์ของคุณร่วมกัน

พูดคุยเรื่องโครงการ